แหล่งรวม ธุรกิจ บริษัท ห้างร้าน และ ข้อมูล การท่องเที่ยว ในแถบ อันดามัน
 
เข้าสู่ระบบ G! Builder
เลือกจังหวัด
ข่าวสาร ข่าวทั่วไป ภายในประเทศ

หนุนสินค้าเถื่อน ซัดมาเฟีย “อลงกรณ์” ยันพื้นที่ ไฟเขียวปล่อยขาย ( ข่าวทั่วไป )

นายกฯรับลูกสั่งเดินหน้าชนมาเฟียแก๊งละเมิดลิขสิทธิ์สินค้า พร้อมทบทวนวิธีการจับกุมเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกัน รมช.พาณิชย์ ปัดสร้างภาพบุกจับผู้ค้าย่านพัฒน์พงศ์ ช่วงถกสธ.อาเซียน ยันพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ระบุตำรวจพื้นที่ไฟเขียวปล่อยขายสินค้าเถื่อน ยันจะสาวให้ถึงผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง แฉคนมีสีเอี่ยวส่วย ระบุจะลุยกวาดล้างทุกพื้นที่ “พัชรวาท” ลั่นถ้าตรวจสอบเจอตำรวจหนุนหลัง ต้องถูกลงโทษ “อนุพงษ์” ยัน “พาณิชย์” ไม่ได้ขอกำลังทหารจับผู้ค้าของละเมิดลิขสิทธิ์
 
จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ย่านพัฒนพงศ์ส่งผลให้พ่อค้าและแม่ค้ากว่าร้อยรายเกิดความไม่พอใจรวมตัวปิดล้อมเจ้าหน้าที่ กระทั่งมีเหตุปะทะและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น.วันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดวันที่ 7 พ.ค.52 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้คุยกับนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ได้รับคำยืนยันว่าเคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาในหลายพื้นที่ ก็คงต้องมาทบทวนดูว่าวิธีการควรทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกัน แต่ความจำเป็นในการเดินหน้าทำตามนโยบายในเรื่องของการปราบปรามสิ่งที่ผิดกฎหมาย และต้องเผชิญกับอิทธิพลนั้นอย่างไรก็ต้องเดินหน้า

เมื่อถามว่าการจู่โจมครั้งนี้ทำเกินกว่าเหตุหรือเป็นเพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อิทธิพล นายกฯ กล่าวว่า นายอลงกรณ์บอกว่าในส่วนของการปฏิบัติการทั้งหมด ถ้ามีการกระทำอะไรที่เกินกว่าเหตุ ก็จะมีการดำเนินการในส่วนของรัฐที่จะมีการแก้ไข และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ

ต่อข้อถามว่า ยังยืนยันจะเดินหน้าตามนโยบายในการรักษาความถูกต้องใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การดำเนินการตามนโยบายคือการปราบปรามสิ่งที่ผิดกฎหมายนั้นจะต้องทำ

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ กล่าวยืนยันว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ ไม่ใช่การสร้างภาพของรัฐบาลที่จะจัดประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน ที่โรงแรมดุสิตธานี ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับย่านพัฒน์พงศ์ว่ แต่ตนต้องการสร้างสังคมและกฎหมายให้เกิดความถูกต้อง สินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่ทำลายอุตสาหกรรมเสียหายกว่า 2-3 แสนล้านบาทต่อปี เพราะเป็นสินค้าที่ลักลอบเข้ามาจากต่างประเทศ ส่งผลให้โรงงานผลิตสินค้าในประเทศเสียหาย

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.อัมรินทร์ เนียมสกุล ซึ่งเป็นคณะทำงานปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้รายงานผลการตรวจสอบต่อตน โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบว่ามีการปฏิบัติหน้าที่เกินกว่าเหตุก็จะลงโทษทั้งทางวินัย และอาญา และหากพบเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจให้วางขายสินค้าละเมิดก็จะดำเนินการตามวินัยทันที

รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า พื้นที่ย่านพัฒน์พงศ์นั้นเป็นพื้นที่สีแดงในเรื่องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง ประกอบกับตำรวจในท้องที่ปล่อยปละละเลยให้มีการวางขายสินค้าอย่างชัดเจน ซึ่งจะปราบปรามการละเมิดอย่างจริงจัง และจะสาวลึกให้ถึงผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง รวมทั้งพื้นที่อื่นไม่ว่า มาบุญครอง คลองถม บ้านหม้อ สะพานเหล็ก

“รัฐบาลนี้ถือว่าเรื่องการปราบปรามการละเมิดเป็นวาระแห่งชาติ และต้องปราบปรามให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพลกลุ่มใด เป็นมาเฟีย ผู้รับส่วย มีสี หรือไม่มีสีก็ตาม เพื่อให้สินค้าละเมิดหมดไป ซึ่งหากพบว่า กลุ่มมีสีอยู่เบื้องหลัง ก็ต้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)ดำเนินการต่อไป สำหรับย่านพัฒน์พงศ์นั้น ในอีก 2 วันจะเข้าตรวจสอบซ้ำอีก” นายอลงกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิ์ โดยกำหนดให้ผู้ซื้อสินค้าละเมิดจะต้องมีความผิด ส่วนเจ้าของสถานที่ที่ให้เช่าขายสินค้าละเมิดก็จะต้องมีความผิดด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้หารือกับเจ้าของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และอาคารพาณิชย์ต่างๆ ที่มีการขายของละเมิด โดยได้ขอความร่วมมือชี้แจงผู้เช่าในพื้นที่เลิกขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หากไม่ให้ความร่วมมือภายใน 30 วันจะดำเนินการเอาผิดกับเจ้าของสถานที่ด้วย

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันเดียวกัน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานเหตุดังกล่าวด้วยวาจาจาก พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.ว่าในการจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางเข้าไปร่วมจับกุมด้วย แต่ในรายละเอียดที่เป็นลายลักษณ์อักษรยังมาไม่ถึงมือ

ส่วนกรณีที่เคยมีชื่อของตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์นั้น พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ได้มอบหมายให้จเรตำรวจแห่งชาติเข้าไปตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากมีพยานหลักฐานเป็นจำนวนมาก และหากพบว่ามีตำรวจร่วมกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาจะต้องถูกลงโทษ

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงที่มีข่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ จับผู้ค้าย่านพัฒน์พงษ์ที่ค้าขายของละเมิดลิขสิทธิ์ว่า ไม่ได้รับการร้องขอมาจากเจ้าหน้าที่ทางฝ่ายกระทรวงพาณิชย์ และไม่ได้มีการจัดกำลังเข้าไปร่วม อย่างไรก็ตามคิดว่าเจ้าหน้าที่ตามปกติของกระทรวงพาณิชย์ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะสามารถที่จะทำได้เพราะมีการดำเนินการในส่วนนี้โดยไม่ต้องใช้กำลังของ กอ.รมน.

เมื่อถามว่า จะดูแลในเรื่องของมาเฟียหรือผู้ที่มีอิทธิพลอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ในเรื่องภัยคุกคามที่ กอ.รมน.ได้รับมอบหมายให้ดูแลไม่มีในส่วนนี้คิดว่า เราคงไม่นำเอาภาระทุกอย่างในประเทศไทยมารับผิดชอบ เจ้าหน้าที่เทศกิจหรือเจ้าหน้าที่เฉพาะที่ทำได้จะทำหน้าที่ตรงนี้ ในส่วนของกอ.รมน.คงจะรับผิดชอบเฉพาะภัยคุกคาม หากว่ารัฐบาลสั่งการมาเฉพาะคงจะต้องนำไปพิจารณากันว่า จะให้ทำในเรื่องใดบ้าง

วันเดียวกัน พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รอง ผบช.น.(ฝ่ายป้องกันและปราบปราม) กล่าวว่า วันที่เกิดเหตุ พ.อ.นรินทร์ พรรณรายน์ ซึ่งเป็นรองประธานคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้นำกำลัง กอ.รมน.และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้ค้า แต่เกิดปัญหาเนื่องจากชุดจับกุมได้ยึดสินค้าจากบรรดาผู้ค้าไปทั้งหมด โดยไม่มีการแยกว่าสินค้าใดที่เข้าข่ายความผิด ทำให้พ่อค้าแม่ค้าไม่พอใจจึงเกิดการต่อต้าน กระทั่งฝ่ายผู้ค้าได้แจ้งข้อหาปล้นทรัพย์ พกพาอาวุธปืนและทำร้ายร่างกายกับชุดจับกุมจำนวน 11 ราย ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง

ส่วนที่ สน.บางรัก นายอิทธิพล พรหมจรรย์ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 133/300 หมู่2 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พ่อค้าย่านพัฒน์พงศ์ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจกระทรวงพาณิชย์ ในข้อหาทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์ โดยระบุว่า หลังเกิดเหตุได้ถูกชายฉกรรจ์ 3-4 คนจับกุมใส่กุญแจมือรุมทำร้ายและตีด้วยด้ามปืน ก่อนนำขึ้นรถตู้ไปพร้อมกับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ถูกจับรวม 4 คน และขับวนไปตามเส้นทางต่างๆ ก่อนนำมาส่งที่ สน.บางรัก ช่วงเช้ามืด “ยอมรับว่าเมื่อก่อนขายสินค้าละเมิดจริง แต่ตอนนี้ขายเสื้อผ้าฝ้ายที่ผลิตทางภาคเหนือ แต่ยังถูกจับกุมและถูกซ้อม”

 

ข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์

Valid XHTML 1.0 Transitional Valid CSS!
ทะเบียนพาณิชย์อีเลคทรอนิคส์ เลขที่ 8373549000215