แหล่งรวม ธุรกิจ บริษัท ห้างร้าน และ ข้อมูล การท่องเที่ยว ในแถบ อันดามัน
 
เข้าสู่ระบบ G! Builder
เลือกจังหวัด
ข่าวสาร ข่าวทั่วไป ภายในประเทศ

กองปราบจับพนักงานธอส.โกง400ล้าน ( ข่าวทั่วไป )

ภาพประกอบ ข่าวสาร ข่าวทั่วไป : กองปราบจับพนักงานธอส.โกง400ล้าน

วันที่ 1 พ.ค. ที่ บก.ป. พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ณัฐกรณ์ ประภายนต์ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.ช่วยราชการ บก.ป. พ.ต.ท.อดินันท์ ชัยนันท์ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.อดิเรก จินตรานันท์ พ.ต.ต.ธีรพัฒน์ ธารีไทย สว.กก.1 บก.ป. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายสมเกียรติ ปัญญาวรคุณเดช อายุ 33 ปี พนักงานธุรกิจสาขาอาวุโส ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ประจำสาขาเซ็นหลุยส์ 3 อยู่บ้านเลขที่ 538 ถ.ลาดพร้าว แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1205/2552 ลงวันที่ 1 พ.ค.52 ข้อหา ลักทรัพย์นายจ้าง ตาม ป.อาญา มาตรา 335 (1) พร้อมของกลาง เงินสดเกือบ 13 ล้านบาท โดยจับกุมได้ ขณะกำลังขับรถบีเอ็มดับบลิว รุ่น 525i สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนป้ายแดง อยู่บน ถ.มิตรภาพ สายนครราชสีมา-บุรีรัมย์ บริเวณแยกประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เพื่อหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้ประสานงานมายัง พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบก.ป.ให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุมนายสมเกียรติ เนื่องจากได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายการธนาคารซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านเอทีเอ็มว่าได้ตรวจสอบพบข้อมูลผิดปกติในรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเงินฝากของนายสมเกียรติ พนักงานคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ดูแลการเงินให้กับลูกค้าของธนาคาร สาขาเซ็นหลุยส์ 3 โดยพบว่ามีเงินโอนเข้าออกบัญชีนายสมเกียรติ จำนวนหลายบัญชี รวมเป็นเงินประมาณ 400 ล้านบาท จึงนำหลักฐานมาแจ้งความ พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.พรศักดิ์ พร้อมชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. สืบสวนจนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวมาได้

สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นพนักงานธนาคารแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2542 ได้ทำการยักยอกเงินจากบัญชีกลางที่ใช้จ่ายดอกเบี้ยให้ลูกค้าได้ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้เพราะตนเองติดการพนันฟุตบอล ได้เสียวันละหลายแสนบาทอีกทั้งยังเป็นหนี้พนันจำนวนมากจึงตัดสินใจยักยอกเงินไปใช้หนี้เมื่อล้างหนี้หมดแล้วก็นำเงินที่ยักยอกมาไปซื้อทรัพย์สินต่างๆ ได้แก่ บ้านหรูโครงการหนึ่ง ย่านลาดพร้าว มูลค่า 30 ล้านบาท รถยนต์บีเอ็มดับบลิว มูลค่า 4 ล้านบาท แคชเชียร์เช็คผ่านบัญชีมูลค่า 300 ล้านบาท

นายขรรค์ เปิยเผยว่า ผู้ต้องหารายนี้ทำงานเป็นพนักงานธนาคารมาเกือบ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2542 ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นถึงผู้ช่วยผู้จักการธนาคาร สาขาย่อยเซ็นหลุยส์ โดยมีตำแหน่งธุรกิจสาขา ดูแลการเงิน การโอนดอกเบี้ยพร้อมจ่ายให้กับลูกค้า และเคยเป็นพนักงานดีของธนาคารเมื่อปี 2551 ส่วนการยักยอกเงินครั้งนี้ทางธนาคารเพิ่งตรวจสอบพบเมื่อ 3 วันก่อน จึงได้ทำการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาใช้วิธีการยักยอกเงินธนาคารโดยภายหลังจากที่ทางธนาคารได้เคลียร์บัญชีประจำวันเรียบร้อยแล้วเมื่อพนักงานทุกคนกลับบ้านผู้ต้องหาก็จะทำการโอนเงินจากบัญชีกลางธนาคารซึ่งเตรียมไว้จ่ายเป็นดอกเบี้ยให้กับลูกค้าเพื่อเข้าบัญชีของตัวเองที่ทำไว้ ธอส. เสร็จแล้วจะโอนเงินในบัญชีดังกล่าวผ่านตู้เอทีเอ็มเพื่อไปเข้าบัญชีธนาคารอื่นๆที่ผู้ต้องหาเปิดไว้โดยโอนวันละหลายสิบครั้งๆรวมแล้ววันละประมาณ 9 แสนบาท

นายขรรค์ กล่าวว่า คดีนี้ขอทำความเข้าใจกับลูกค้าธนาคารทั้งหมดว่าไม่ต้องตกใจเพราะผู้ต้องหาไม่ได้ทำการยักยอกเงินจากบัญชีของลูกค้าไปแต่อย่างใดแต่เป็นการยักยอกเงินจากบัญชีกลางของธนาคารเองทำให้ลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบใดๆ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้แล้วพบว่า จะทำทีเป็นคนสมถะนั่งรถประจำทางมาทำงานทุกวัน แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีทั้งบ้านหรู และรถยนต์หรูหลายคัน

ต่อมาชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.นำตัวนายสมเกียรติ พร้อมหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นบ้านพักหรูในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว ซึ่งเป็นบ้านทาวน์โฮมหรู เล่นระดับ 3 ชั้น ภายในตกแต่งหรูหรา มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องออกกำลังกายส่วนตัว ห้องโฮมเธียเตอร์ ส่วนหน้าบ้านพบรถยนต์หรูยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู สีดำ รุ่น 325i ทะเบียน ฌท 9 กทม. จอดอยู่ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจค้น

 

ข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์

Valid XHTML 1.0 Transitional Valid CSS!
ทะเบียนพาณิชย์อีเลคทรอนิคส์ เลขที่ 8373549000215