ภูเก็ตเข้มหน่วยงานรับผิดชอบ รับมือการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
นายวรพจน์ รัฐสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมแนวทางการปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ว่า จังหวัดภูเก็ตได้พิจารณาเห็นว่า ปีงบประมาณ 2549 ได้เกิดสาธารณภัยขึ้นในหลายพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ต สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน และราชการ ประกอบกับสาธารณภัยได้เกิดบ่อยครั้งมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้เริ่มปีงบประมาณ 2550
ดังนั้น การให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีการปฏิบัติงานที่เป็นแนวทางเดียวกัน จึงได้กำหนดให้มีการชี้แจ้งซักซ้อม แนวทางปฏิบัติให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ปลัดอำเภอ ฝ่ายความมั่นคง ปลัดเทศบาล ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะต้องทราบและปฏิบัติในการรายงานเหตุด่วนสาธารณภัย
ในเบื้องต้นนายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ให้รายงานทางโทรศัพท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จากนั้นท้องถิ่นก็ส่งแบบฟอร์ม เรื่องขออนุเคราะห์ให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยเหตุ....ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จะรวบรวมข้อมูลเสนอเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ แล้วเสนอหน่วยเหนือ อาทิ สำนักงานนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักเลขานุการประชานุเคราะห์ เพื่อของบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ตามความเป็นจริง
นายวรพจน์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ ให้ท้องถิ่นเรียนรู้ด้านหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านสังคมเคราะห์ และฟื้นฟูผู้ประสบภัย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านเกษตร ด้านปศุสัตว์ ด้านประมงและอื่นๆ ทั้งนี้ ได้ย้ำให้ชลประทานเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองบางใหญ่ ซึ่งเป็นสายหลักของจังหวัดภูเก็ต ให้มีการตรวจสอบสม่ำเสมอ เพื่อปองกันน้ำท่วมในเมืองภูเก็ต โดยเฉพาะช่วงระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม ถึง 7 พฤศจิกายน 2549 จะเกิดฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนสุงอาจเกิดปัญหาน้ำท่วมในเมืองภูเก็ต
นอกจากนี้ ในส่วนของเขื่อนบางวาด ให้มีการตรวจวัดระดับน้ำ เพื่อให้รองรับให้มีความพอดีกับความจุของบางวาด ทั้งนี้ น้ำให้ปีนี้สามารถรองรับความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานประกอบการ โรงแรม ฯลฯ อย่างเพียงพอแน่นอน จนถึงปี 2550
ข้อมูลจาก : ผู้จัดการออนไลน์